หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกการเมือง | ข่าวการเมือง  

 

เหยื่อเสียงสุวรรณภูมิเฮ! ครม.อนุมัติเงินช่วยเหลือ
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 10 พฤศจิกายน 2552 15:21 น.
ครม.ไฟเขียว “คมนาคม” ช่วยเหลือ ปชช.เหยื่อเสียงสุวรรณภูมิ แม้ศาลยกฟ้อง เห็นชอบแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ปปง.จำนวน 9 คนก่อนขอความเห็นชอบรัฐสภา อีกทั้งอนุมัติงบ 1.9 พันล้าน ให้ ป.ป.ส.แก้ปัญหาฝิ่น
       
       วันนี้ (10 พ.ย.) นายศุภชัย ใจสมุทร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.อนุมัติให้กระทรวงคมนาคม ไปดำเนินการให้การช่วยเหลือ ผู้ที่ได้รับผลกระทบในกรณีการดำเนินงานของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กรณีที่ส่งผลกระทบทางด้านเสียง เรื่องนี้ทางกระทรวงคมนาคมได้เสนอต่อ ครม.เพื่อให้พิจารณา เนืองจากกรณีดังกล่าวได้มีประชาชนยื่นฟ้องบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) ฐานละเมิด เรียกค่าเสียหาย เนื่องจากได้รับผลกระทบทางด้านเสียง จากการดำเนินงานของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ แต่ปรากฏว่า ศาลแขวงสมุทรปราการได้มีคำพิพากษายกฟ้อง ด้วยเหตุผลที่ว่าประชาชนได้เข้ามาก่อสร้างภายในเขตปลอดภัยในการเดินอากาศตามประกาศกระทรวงคมนาคม โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ แต่เป็นการที่ประชาชนยอมสมัครใจเข้าเสี่ยงภัยหรือยอมรับความเสียหายที่เกิดขึ้นโดยหลักของกฎหมาย ด้วยความยินยอมไม่ละเมิด ซึ่งในส่วนนั้นเมื่อศาลยกฟ้องขึ้นมา ทางท่าอากาศยานก็ได้ชะลอการช่วยเหลือ เนื่องจากเกรงว่าหากมีการช่วยเหลือไป ก็จะเป็นการขัดคำพิพากษาของศาล
       
       อย่างไรก็ตาม ประชาชนยังมีผลที่จะได้รับความเดือดร้อนจากผลกระทบทางด้านเสียง จากการดำเนินงานของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพราะฉะนั้นกระทรวงคมนาคมจึงนำเสนอ ครม.เพื่อพิจารณาแนวทางการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินงานท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
       
       นายศุภชัย กล่าวว่า ที่ประชุม ครม.เห็นชอบตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะผู้บังคับบัญชาสำนักงานป้องกันและปราบปรามการการฟอกเงิน เสนอรายชื่อบุคคลผู้สมควรได้รับการแต่งตั้ง เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน จำนวน 9 คน ประกอบด้วย 1.รศ.ดร.ทวีเกียรติ มีนะกษิฐ 2.นายถาวร พานิชพันธ์ 3.ศ.ตีรณ พงศ์มฆพัฒน์ 4.นายบัญชา เสือวรรณศรี 5.นายวีระ ธีระ ธีรภัทรานนท์ 6.พล.ต.อ.สมชาย ประภัสภักดี 7.รศ.จารุพร ไวยนันท์ 8.นายวินัย ดำรงมงคลกุล และ 9.นายมนัส สุขสวัสดิ์ และให้ส่งคณะกรรมการประสานงานด้านนิติบัญญัติพิจารณา ก่อนนำเสนอสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาตามลำดับเพื่อให้ความเห็นชอบต่อไป
       
       นายศุภชัย ยังกล่าวอีกว่า ครม.เห็นชอบตามที่ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคงในฐานะประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด เสนอแผนแม่บทโครงการขยายผลโครงการหลวงเพื่อแก้ไขปัญหาพื้นที่ปลูกฝิ่นอย่างยั่งยืนระยะเวลา 4 ปี (พ.ศ.2553-2556) เป็นแผนแม่บทที่เป็นกรอบปฏิบัติของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมีกรอบวงเงินงบประมาณเพื่อดำเนินงานตามแผนแม่บทจำนวน 1,975,307,800 บาท โดยปีงบประมาณ พ.ศ.2553-2555 นั้น ให้ขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555 และให้หน่วยงานที่ร่วมดำเนินงานตามแผนแม่บทโครงการขยายผลโครงการหลวงเพื่อแก้ไขปัญหาพื้นที่ปลูกฝิ่นอย่างยั่งยืน เสนอขอตั้งงบประมาณ ปี พ.ศ.2556 ตามกรอบงบประมาณที่ได้รับความเห็นชอบเพื่อใช้ในการดำเนินงานในปี พ.ศ.2556
       
       โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อขยายผลความสำเร็จโครงการหลวงในการพัฒนาพื้นที่สูงและการลดปัญหาการเพาะปลูกฝิ่นในพื้นที่ที่มีปัญหาปลูกฝิ่นอย่างซ้ำซากในจังหวัดเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอนและตาก โดยใช้แนวทางของโครงการหลวงและปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มุ่งสร้างอาชีพและรายได้บนพื้นฐานความรู้ที่สอดคล้องกับสภาพภูมิสังคม
 

http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9520000135354&Keyword=%ca%d8%c7%c3%c3%b3%c0%d9%c1%d4

 

 

หน้าแรกผู้จัดการ Online | เกาะติดสถานการณ์  

 

ครม.เห็นชอบจ่ายค่าชดเชยผู้ได้รับผลกระทบเสียงสุวรรณภูมิ
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 10 พฤศจิกายน 2552 13:27 น.
       การประชุมคณะรัฐมนตรีในวันนี้ (10 พ.ย.) มีมติเห็นชอบให้กระทรวงคมนาคมจ่ายค่าชดเชยให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบทางเสียงของสนามบินสุวรรณภูมิ แม้ว่าก่อนหน้านี้ศาลแขวงจังหวัดสมุทรปราการจะยกคำร้องของประชาชนกลุ่มดังกล่าวแล้ว รวมถึงให้ความเห็นชอบที่จะให้กระทรวงการคลังจ่ายโบนัส หรือค่าตอบแทนพิเศษให้กับพนักงานของธนาคารเพื่อการเกษตร (ธ.ก.ส.)โดยจ่ายให้ไม่เกิน 6 เดือน
 

http://www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9520000135243&Keyword=%ca%d8%c7%c3%c3%b3%c0%d9%c1%d4

 

 

หน้าแรกผู้จัดการ Online | เกาะติดสถานการณ์ | เศรษฐกิจ

 

รมว.คค.เล็งชง ครม.แก้ปัญหาผลกระทบทางเสียงสุวรรณภูมิ
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 9 พฤศจิกายน 2552 13:26 น.
       นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวหลังกลุ่มชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบทางเสียงโดยรอบสนามบินสุวรรณภูมิ เดินทางเข้ายื่นข้อเรียกร้องให้ บริษัทท่าอากาศยานไทย (ทอท.) เร่งจ่ายค่าชดเชยทางเสียง โดยระบุว่า จะนำปัญหาความเดือดร้อนและปัญหาการจ่ายค่าชดเชยทางเสียงโดยรอบสนามบินสุวรรณภูมิ เข้าหารือในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีวันพรุ่งนี้ เพราะเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่สืบเนื่องมาจากการที่ ทอท.ได้ชะลอการจ่ายค่าชดเชยให้ประชาชน ที่ได้รับผลกระทบ หลังจากที่ศาลแขวง จ.สมุทรปราการ มีคำพิพากษายกฟ้อง กรณีที่ประชาชนยื่นฟ้อง ทอท. เนื่องจากศาลเห็นว่าการที่ผู้ฟ้องร้องได้ก่อสร้างบ้านพักอาศัยในปี 2543 ถือเป็นการปลูกสร้างในเขตปลอดภัยในการเดินอากาศโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ จึงเป็นเรื่องที่โจทก์ได้สมัครใจเข้าเสี่ยงภัย หรือยอมรับความเสียหายที่เกิดขึ้น ซึ่งในกรณีนี้ทำให้ ทอท.ไม่ต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหาย ซึ่ง ทอท.ได้หารือกับสำนักงานอัยการสูงสุด และได้มีการตอบข้อหารือว่า เป็นดุลพินิจของ ทอท. ซึ่งเป็นคู่ความที่จะใช้แนวทางตามคำพิพากษา หรือจะปรับเปลี่ยนนโยบายช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบด้านเสียงได้
        ด้านนายวันชาติ มานะธรรมสมบัติ แกนนำชาวบ้าน กล่าวว่า กลุ่มชาวบ้านจะรอฟังผลว่า ที่ประชุม ครม.จะมีแนวทางให้ความช่วยเหลืออย่างไร พร้อมเรียกร้องให้ ทอท.แจ้งผลการดำเนินงานให้ทางผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนทราบ ขณะเดียวกันขอให้จัดตั้งกองทุนชดเชยให้แก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบด้านเสียง และขอให้ตั้งกองทุนประกันสุขภาพ สำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบสิ่งแวดล้อมจากการดำเนินงานของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิด้วย
        นายวันชาติ กล่าวว่า มีความกังวลกับความไม่คืบหน้าของกรณีนี้ และยังมีชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนอีกกว่า 15,000 ราย โดยกำหนดกรอบเวลาในการเจรจาเรื่องดังกล่าวกับทางกระทรวงคมนาคม และ ทอท.ให้ได้ความชัดเจนภายใน 7 วัน หากไม่มีความคืบหน้า จะหารือกับชาวบ้าน เพื่อเพิ่มมาตรการการเคลื่อนไหวเรียกร้องที่เข้มข้นมากขึ้นต่อไป
 

 

http://www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9520000134678&Keyword=%ca%d8%c7%c3%c3%b3%c0%d9%c1%d4

 

 

หน้าแรกผู้จัดการ Online | เกาะติดสถานการณ์ | เศรษฐกิจ

 

ชาวบ้านบุกสุวรรณภูมิทวง ทอท.จ่ายเงินชดเชยเสียงดัง
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 8 พฤศจิกายน 2552 19:31 น.
       ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบทางเสียงของสนามบินสุวรรณภูมิ จากชุมชน วัดสาม เขตลาดกระบัง กทม. 200คน รวมตัวประท้วง การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย (ทอท.) บริเวณชั้นที่4 ของอาคารผู้โดยสารขาออก บริเวณโซนอี ประตู 8 เพื่อที่จะยื่นหนังสือทวงถามเกี่ยวกับการจ่ายเงินชดเชยผู้ที่ได้ผลกระทบทางเสียงของเครื่องบินที่ขึ้นลง ภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
        นายวันชาติ มานะธรรมสมบัติ อายุ 40 ปี แกนนำชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากเสียง กล่าวว่า ที่พวกตนเดินทางรวมตัวกันมาในครั้งนี้ เพื่อทวงถามความรับผิดชอบจาก ทอท. และขอให้มีการจ่ายเงินผู้ที่ได้รับผลกระทบทางเสียง เพราะพวกตนอยู่ในแนวเส้นเสียงเช่นกัน อยากให้ทาง ทอท.ปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรี ที่ออกมาก่อนหน้านี้ เรื่องที่ให้ ทอท.ชดใช้ผู้ที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งที่ผ่านมาทาง ทอท.ได้ยึดคำพิพากษาของศาลแขวงสมุทรปราการ เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ที่คำพิพากษา ให้ ทอท.ไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย เนื่องจากไม่ละเมิดสิทธิ์ ซึ่งพวกตนเห็นว่าไม่เป็นธรรม เนื่องจากการยื่นฟ้องศาลแขวงสมุทรปราการในครั้งนั้น เป็นการยื่นฟ้องส่วนบุคคล ชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่รู้เรื่อง แต่ ทาง ทอท.กลับนำคำพิพากษา มาใช้กับชาวบ้านทั้งหมด
        การชุมนุมเป็นไปด้วยความตรึงเครียด โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สภ.ราชาเทวะ และตำรวจท่องเที่ยว พร้อมทั้ง เจ้าหน้าที่การท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ดูแลความเรียบร้อยในการชุมนุมของชาวบ้าน ท่ามกลางความสนใจของนักเที่ยวต่างชาติ ที่ต่างงงกับเหตุการณที่เกิดขึ้น กระทั่งเวลา 16.00น. นายรัทชัย โชคชัยวัฒนาการ เลขาส่วนตัวนายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้เดินทางมารับหนังสือจากตัวแทนชาวบ้าน แต่ชาวบ้านไม่ยอมมอบหนังสือให้ เนื่องจากเห็นว่า นายรัทชัยไม่มีอำนาจในการตัดสินใจได้ว่า จะจ่ายเงินชดเชยให้กับชาวบ้านต่อหรือไม่ และเมื่อไร ทำให้ชาวบ้านนั่งชุมนุมกันต่อ เพื่อรอคนที่มีอำนาจในการตัดสินใจเดินทางมารับหนังสือต่อไป
 

http://www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9520000134405&Keyword=%ca%d8%c7%c3%c3%b3%c0%d9%c1%d4

 

 

หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกผู้จัดการรายวัน | Section1:ข่าวปก 

 

ผ่า 3 ปี”สุวรรณภูมิ” แม้วสูบ-อำนาจใหม่ขย้ำ คิงพาวเวอร์ไร้ความผิด
โดย ASTVผู้จัดการรายวัน 28 กันยายน 2552 00:02 น.

สนามบินสุวรรณภูมิ

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
เยาวภา วงศ์สวัสดิ์

ทักษิณ ชินวัตร

โสภณ ซารัมย์

ASTVผู้จัดการรายวัน -สุวรรณภูมิในรอบ 3 ปี ความบอกช้ำยากจะเยียวยา ปัญหาแก้ไม่มีวันหมด จากระบอบทักษิณที่เข้ามาแทรกแซงการบริหารภายในใช้อำนาจหาผลประโยชน์ ทั้งการก่อสร้างและสัมปทานต่างๆ ทิ้งเป็นมรดกที่ไร้คุณภาพประจานไปทั่วโลก จนพลาดเป้าติด 1 ใน 10 ท่าอากาศยานดีเด่นของโลก กลุ่มทุนคิงเพาเวอร์ ชูคอไร้ความผิด หลังขั้วการเมืองเปลี่ยนมือสู่กลุ่มอำนาจใหม่
       
       วันที่ 28 กันยายน 2552 เป็นวันครบรอบ 3 ปี ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเปิดดำเนินการ ด้วยเงินลงทุนกว่า 1.2 แสนล้านบาท คงปฏิเสธไม่ได้ถึงความใหญ่โต ทันสมัย และก็ปฏิเสธไม่ได้เช่นกันว่า ตลอด 3 ปีที่ผ่านมาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเต็มไปด้วยปัญหา ในทุกรูปแบบที่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่รู้ว่าจะสามารถแก้ไขให้หมดสิ้นไปได้หรือไม่เพื่อให้ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเป็นความภูมิใจของคนไทยอย่างแท้จริง
       
       ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ มีชื่อแรกเริ่มคือ ”หนองงูเห่า” และเป็นสนามบินที่ใช้เวลาในการก่อสร้างยาวนานที่สุดแห่งหนึ่ง มีปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นมากที่สุด ทั้งทุจริตถมทราย ทุจริตจัดซื้อเครื่องเอ็กซเรย์ CTX 9000 และระบบสานพานลำเลียงมูลค่า 4,300 ล้านบาท เป็นต้น ที่จนถึงวันนี้คนที่เคยถูกระบุว่าเกี่ยวข้องกับการทุจริตต่างๆ ยังได้ถูกลงโทษแต่อย่างใด
       
       ปัญหาที่เกิดขึ้นกับท่าอากาศยานสุวรรณภูมิส่วนใหญ่ เป็นผลผลิตของระบอบทักษิณ นับตั้งแต่การก่อสร้างที่มีนับ 100 สัญญา จนถึงสัญญาสัมปทานงานบริการต่างๆ ที่ใช้ระบบผลประโยชน์ตอบแทนกันเป็นตัวชี้ว่าใครจะชนะประมูลแทนการวัดที่คุณภาพของการทำงานจริงๆ มีกลุ่มคนที่มีอำนาจในขณะนั้นเข้าไปแสวงหาผลประโยชน์กันอย่างไม่เกรงกลัวความผิด และในรอบ 3 ปีที่ผ่านมาก็คงต้องยอมรับว่า ผลงานอัปยศของคนในระบอบทักษิณ ได้ฝากความบอกช้ำไว้กับท่าอากาศยานสุวรรณภูมิมากมาย
       
       ทันทีที่ท่าอากาศยานดอนเมืองซึ่งดำเนินการ 92 ปี ถูกปิดลง ประเทศไทยเปลี่ยนศูนย์กลางการขนส่งทางอากาศของประเทศไปที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ สารพัดปัญหาก็โถมเข้าใส่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิทันที เพราะจริงๆ แล้วท่าอากาศยานสุวรรณภูมิไม่ได้มีความพร้อมที่จะเปิดนั่นเอง โดยเฉพาะปัญหาในการให้บริการที่เกิดจากการออกแบบที่ไม่เหมาะสมในหลายจุดรวมไปถึงการจัดพื้นที่ภายในอาคารผู้โดยสารที่เต็มไปด้วยร้านค้าของกลุ่มคิงเพาเวอร์ จนทำให้ผู้โดยสารไม่ได้รับความสะดวกในการใช้บริการ
       
       ไม่เฉพาะร้านค้าที่ตั้งขวางทางเดิน ทางหนีไฟ จนท่าอากาศยานสุวรรณภูมิไม่ต่างกับห้างสรรพสินค้าแล้ว รถเข็นกระเป๋าที่ได้มาด้วยการล็อกเสปกประมูล และสัญญาจ้างยามเอื้อเอกชน ก็ล้วนแต่สร้างปัญหาให้กับท่าอากาศยานสุวรรณภูมิมาโดยตลอด
       
       แม้ต่อมาคณะกรรมการ ทอท.ในสมัยรัฐบาลยุค คมช.มีการรื้อสัมปทานฉาวของกลุ่มคิงเพาเวอร์ แต่สุดท้ายก็ทำได้แค่ขู่....แต่ไม่ได้ฟัน หลังการเลือกตั้งรัฐบาลพลังประชาชนก็เข้ามาพลิกสถานการณ์ให้กลุ่มคิงเพาเวอร์ครอบครองพื้นที่สัมปทานร้านค้าปลอดภาษี (ดิวตี้ฟรี) และสัญญาพื้นที่เชิงพาณิชย์ ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิต่อไป แต่เพียงผู้เดียวเหมือนเดิม
       
       “การยอมรับให้คิงเพาเวอร์จ่ายค่าเช่าพื้นที่ส่วนเกินในขณะนี้ ก็น่าจะเป็นคำตอบว่า จริงๆ แล้ว สัญญาคิงเพาเวอร์ถูกต้องหรือไม่ มีการรู้เห็นเป็นใจในการให้คิงเพาเวอร์ใช้พื้นที่เกินมาตั้งแต่แรกหรือไม่ และมีการไกล่เกลี่ยคดีความ ให้สัญญากลับคืนเหมือนเดิมกันจริงหรือไม่”
       
       เวลา 3 ปี เพียงพอที่จะพิสูจน์ว่า”อะไรที่ไม่มีคุณภาพ อย่างไรเสียก็ไม่มีคุณภาพ” กรณีรถเข็นกระเป๋าที่สัญญาถูกครหาว่าได้มาด้วยความไม่โปร่งใส เมื่อถูกใช้งานจริงๆ กลับไม่มีประสิทธิภาพเหมือนสนามบินนานาชาติอื่นๆ แถมยังถูกขโมยสูญหายไปกว่าครึ่ง จนนำไปสู่การยกเลิกสัญญากับบริษัท ไทยแอร์พอร์ตกราวด์เซอร์วิสเซส จำกัด หรือ แทกส์ สัญญาว่าจ้าง บริษัทเอเชีย ซิเคียวริตี้ เมเนจเม้นท์ จำกัด (ASM) ซึ่งอยู่ในกลุ่มล็อกซเล่ย์-ไอ ซี ที เอส คอนซอร์เตียม เป็นผู้ให้บริการงานรักษาความปลอดภัย ณ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งถูกตั้งข้อสังเกตว่า เป็นการทำสัญญาผูกขาดยาว 10 ปีไม่เหมาะสม แต่ก็ไม่สามารถปรับลดอายุสัญญาลงได้เพราะมีปัญหาข้อกฎหมาย
       
       นอกจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ถูกจดจำว่าเป็นที่มีการทุจริตคอร์รัปชั่นมากมายแล้ว ยังเป็นศูนย์รวมของแก๊งมิฉาชีพ ไกด์ผี แท็กซี่เถื่อน ที่ใช้เป็นแหล่งหลอกลวง ตบทรัพย์ผู้โดยสาร ต่างประเทศหรือแม้แต่คนไทยด้วยกันเองก็ไม่เว้น แล้วบริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือทอท.ในฐานะผู้บริหารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิทำอะไรบ้างกับปัญหาเหล่านั้น
       
       **จับตามาตรฐานปราบไกด์ผีแท็กซี่เถื่อนได้ผลแค่ไหน?
       
       คณะกรรมการทอท.ที่มีนายปิยะพันธ์ จัมปาสุต เป็นประธาน เข้ามารับหน้าที่ในช่วงที่ปัญหาการเมืองภายในประเทศร้อนแรงที่สุด มีการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ใหม่ 2009 และวิกฤติทางด้านเศรษฐกิจโลกที่ส่งผลให้จำนวนผู้โดยสารลดน้อยลงไปจำนวนมาก ส่วนปัญหาของสุวรรณภูมิเองก็ยังไม่ได้รับการเยียวยา ทั้งไกด์ผี แท็กซี่เถื่อน ทรัพย์สินผู้โดยสารถูกขโมย มีการเรียกรับสินบนจากนักท่องเที่ยวต่างชาติแลกกับการช่วยเหลือด้านคดีความ ถูกสำนักข่าวต่างประเทศเผยแพร่เป็นข่าวไปทั่วโลก
       
       ปัญหาที่รุมเร้าน่าเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้บอร์ดและผู้บริหารทอท.หันมาแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง แตกต่างจากที่ผ่านมา โดยเฉพาะบอร์ดที่ลงมาสั่งการปราบไกด์ผี แท็กซี่เถื่อนด้วยตัวเอง ออกมาตรการปราบปราม คุมเข้มพื้นที่ รวมเป็นพนักงานทุกส่วนที่เกี่ยวข้อง โยกย้ายเจ้าหน้าที่ของทอท.ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ภายใน 2 เดือนเห็นผลทันตา ว่า เหล่าบรรดาเหลือบที่แฝงตัวเข้ามาในคราบไกด์ แท็กซี่ ผิดกฎหมาย หายไปจากพื้นที่...แต่ยังพิสูจน์ไม่ได้ว่า “หมดไปจริงหรือ” เพราะหากเมื่อใดที่เจ้าหน้าที่ ย่อหย่อน ชะล่าใจ แก๊งค์มิจฉาชีพเหล่านี้ก็พร้อมจะกลับเข้ามาอีกหาผลประโยชน์มหาศาลที่สุวรรณภูมิอีกแน่นอน
       
       ล่าสุดสามารถจับกุมแท็กซี่เถื่อนได้แล้วถึง 1,196 ราย ส่วนไกด์ผีถูกจับแล้ว535 ราย ซึ่งนายปิยะพันธ์ จัมปาสุต กล่าวว่า ที่ผ่านมา มีความพยายามหลายครั้งที่จะแก้ไขปัญหาเหล่านี้แต่ไม่สำเร็จ เพราะคนปฎิบัติไม่แน่ใจในนโยบายว่าจริงจังแค่ไหน ขณะเดียวกันก็ต้องยอมรับว่า มีคนในพื้นที่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ที่เกิดขึ้น ซึ่งก่อนที่จะประกาศมาตรการปราบปรามได้เข้าไปดูมีรายชื่อบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดและให้ย้ายออกจากพื้นที่ไป ทำให้มั่นใจว่า อุปสรรคสำคัญได้รับการแก้ไขแล้ว เหลือเพียงการแก้ปัญหาระยะยาวคือต้องรักษาพื้นที่ป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ ซึ่งได้มีการตั้งหน่วยงานพิเศษขึ้นมาดูแลพื้นที่
       
       
** ทุ่ม 100 ล้านจ้างที่ปรึกษาเปลี่ยนเป้าติด1 ใน 10 ท่าอากาศยานดีเด่นปี 54
       

       ปี 2552 ทอท.ส่งท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเข้าประกวดโดยตั้งเป้าหมายว่า จะต้องเป็นท่าอากาศยานดีเด่นติดอันดับ 1 ใน 10 ของโลก แต่ตลอดทั้งปี สุวรรณภูมิมีแต่ปัญหา มีข่าวที่ทำลายภาพลักษณ์ จนหมดหวังที่จะติด 1 ใน 10 ของท่าอากาศยานดีเด่นของโลกตามที่ตั้งความหวังไว้แล้ว ทำได้เพียง เป็นท่าอากาศยานดีเด่นอันดับ 3 ของโลกจากการโหวตของผู้อ่านนิตยสารออนไลน์ Smarttravelasia.com และลำดับที่16 จากการประกาศผล World Airport Award ประจำปี 2552 ของ SKYTRAX ด้วย ขยับขึ้นจากอันดับที่ 37 เมื่อปีก่อน
       
       นายปิยะพันธ์ กล่าวว่า ในปี 2553 ทอท.จะต้องปรับทิศทางการดำเนินงานใหม่ คือ ปรับแผนงานด้านธุรกิจเน้นการตลาดให้มากขึ้นเพื่อเพิ่มสัดส่วนรายได้จากกิจกรรมที่ไม่เกี่ยวกับการบิน (Non Aero) ให้มากขึ้นจากปัจจุบันที่มีสัดส่วนรายได้จากกิจกรรมที่เกี่ยวกับการบิน (Aero) และ Non Aero ที่ 60 ต่อ 40 ให้เป็น 50ต่อ 50 ให้ได้เพื่อลดผลกระทบกรณีเกิดวิกติของโลกที่ส่งผลให้การเดินทางของผู้โดยสารน้อยลง
       
       ในขณะเดียวกันก็ต้องเร่งปรับปรุงและยกระดับคุณภาพการบริการ เพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวกให้เพียงพอและที่สำคัญต้องสามารถตอบสนองความต้องการของผู้ใช้บริการเพื่อให้เกิดความพึ่งพอใจอย่างสูงสุด ซึ่งจะต้องจ้างที่ปรึกษาด้านการพัฒนาบริการและภาพลักษณ์ มาเป็นผู้ช่วยวางแนวทางให้ วงเงิน 100 ล้านบาท
       
       “การจัดอันดับนั้นมีหลายสถาบันแต่ที่ทอท.ต้องการคือ เป็น 1 ใน 10 ท่าอากาศยานที่เป็นเลิศด้านการบริการโดยผ่านการโหวตของผู้ใช้บริการจริงๆ จากสภาท่าอากาศยานนานาชาติ (Airports Council International) หรือ ACI
       
       ปีนี้มีปัญหามาก ปี 2553 ก็จะเป็นปีของการปรับปรุง การเตรียมความพร้อมในทุกๆองค์ประกอบ และตั้งเป้าหมาย ว่าจะส่งประกวดอีกครั้งในปี 2554 เชื่อว่า น่าจะทำได้เพราะมีการวางแผน วางระบบที่เป็นมาตรฐานแบบสากล ไม่เหมือนที่ผ่านมา ทำแบบไม่มีระบบ“
       
       **ปรับปรุง”สุวรรณภูมิ”โฉมใหม่ เก้าอี้- ห้องน้ำ-ลดคิวหน้าตรวจคนเข้าเมือง
       
       นายเสรีรัตน์ ประสุตานนท์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ทอท.กล่าวว่า ปัจจัยที่มีผลต่อความไม่พอใจของผู้โดยสารที่ใช้บริการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และส่งผลต่อการส่งท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเข้าประกวดเป็นสนามบินดีเด่นระดับโลก คือ การที่มีเก้าอี้ไม่เพียงพอต่อความต้องการ ห้องน้ำ ความสะอาด ความสะดวกสบายในการเข้า-ออก การใช้บริการ ความปลอดภัย ซึ่งที่ผ่านมา ได้ปรับปรุงแก้ไขมาโดยตลอดรวมถึงการจัดระบบการตรวจเอกสาร ตรวจเอ็กซเรย์สัมภาระ ผู้โดยสารใหม่ ทำให้ผู้โดยสารได้รับความสะดวกและเสียเวลาในการรอคิวน้อยลง
       
       ไม่รู้ว่าต้องใช้เวลานานแค่ไหนถึงจะแก้ปัญหาต่างๆ ของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิได้ ไม่มีร่องรอยการทุจริตคอร์รัปชั่นของระบอบทักษิณหลงเหลือ หรืออาจจะไม่มีวันนั้นก็ได้ ทอท.ในฐานะ ผู้ดูแลท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เจ้าของพื้นที่ เป็นด่านแรกที่ต้องรับผิดชอบไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แล้วทอท. จะปล่อยให้ก้าวเดินไปในรูปแบบเดิมๆ หรือ
       
       เร็วๆ นี้ ทอท.จะเปิดประมูลหาผู้ให้บริการรถเข็นกระเป๋าใหม่ มีแผนโครงการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารภายในประเทศ (Domestic Terminal ) แผนพัฒนาพื้นที่ แปลง 37 กว่า 1,000 ไร่เชิงพาณิชย์ เป็นต้น เม็ดเงินอีกเป็นหมื่นล้านบาทที่เกิดขึ้นจากโครงการเหล่านี้ จะดูแลจัดการปกป้องอย่างไรไม่ให้ฝ่ายการเมืองเข้ามาสร้างความบอบช้ำ เหมือนในอดีต ยิ่งนักการเมืองยุคนี้ เข้ามาเป็นใหญ่เป็นโตกันแบบโชคช่วย ไม่มีทางรู้เรื่องสนามบินดีเท่ากับทอท.
       
       หากไม่คิดถึงบทเรียนในอดีต สิ่งที่จะเกิดขึ้นกับสุวรรณภูมิก็คงเป็นแค่การเปลี่ยนขั้วอำนาจ ทางการเมืองที่ไร้จริยธรรม มุ่งเข้ามากอบโกยผลประโยชน์เหมือนอดีต ” เป็นเพียงการเปลี่ยนผ่านอำนาจจากระบอบทักษิณ สู่กลุ่มอำนาจใหม่ภูมิใจไทย”เท่านั้น
 

http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9520000113353&Keyword=%ca%d8%c7%c3%c3%b3%c0%d9%c1%d4